คำกริยาภาษาฝรั่งเศสสำหรับผู้เริ่มต้น
50 คำกริยาฝรั่งเศสที่ใช้บ่อยในการเขียน ชุดนี้เป็นรายการความถี่ที่ถูกนำมาใช้ในสื่อการเรียนภาษาฝรั่งเศสมานาน โดยเริ่มจากคำพื้นฐานอย่าง être, avoir, faire, dire, pouvoir ไปจนถึง écrire, reprendre, suivre และ montrer การรู้จักคำกริยาเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจข้อความภาษาฝรั่งเศสได้เร็วขึ้น และช่วยให้สร้างประโยคได้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่ากริยาหลายคำสามารถเปลี่ยนความหมายได้ตามบริบท
คำว่า “ใช้บ่อยที่สุด” ควรเข้าใจเป็นลำดับอ้างอิง ไม่ใช่กฎตายตัว ความถี่ของคำขึ้นอยู่กับประเภทของข้อความ ยุคสมัย และชุดข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ รายการนี้เหมาะใช้เป็น “ลำดับคำที่ควรเรียนก่อน” มากกว่าจะมองว่าเป็นอันดับถาวรสำหรับงานเขียนทุกประเภท
ระบบคำอ่านที่ใช้ในหน้านี้
คำอ่านภาษาไทยในบทนี้เป็นคำอ่านโดยประมาณที่ Monsieur SAND ใช้เพื่อช่วยผู้พูดภาษาไทยเริ่มออกเสียงได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่การถอดเสียงทางสัทศาสตร์แบบสมบูรณ์
| จุดที่ควรรู้ | ระบบคำอ่านของ Monsieur SAND | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| R ฝรั่งเศส | ใช้ ค เป็นตัวช่วยจำว่าเสียงมาจากด้านหลังช่องปากและลำคอ ไม่ใช่ ร ไทย และไม่ใช่ ค ไทยตรง ๆ | parler = ปาค-เล regarder = เคอ-กาค-เด |
| R ท้ายคำ | บางคำใส่ (ค) เพื่อเตือนว่าเสียงท้ายเบาและมาจากลำคอ | avoir = อา-วัว(ค) venir = เวอ-นี(ค) |
| กลุ่มพยัญชนะ + R | อาจเขียนเป็น พค / ทค / กค เพื่อช่วยจำตำแหน่งของเสียง | prendre = พค็อง(ดเคอะ) croire = กคัว(ค) |
| คำอ่านเป็นตัวช่วย | ควรฟังเสียงฝรั่งเศสจริงและพูดตามควบคู่กัน | อย่าอ่านตามตัวสะกดฝรั่งเศสแบบตรงตัว |
10 คำแรกที่ควรจำก่อน
être เป็น · avoir มี · faire ทำ · dire พูด/บอก · pouvoir สามารถ
aller ไป · voir เห็น · savoir รู้ · vouloir ต้องการ · venir มา
50 คำกริยาฝรั่งเศสที่ใช้บ่อยที่สุดในการเขียน
| # | คำกริยา | คำอ่าน Monsieur SAND | ความหมายหลัก |
|---|---|---|---|
| 1 | être | แอ็ต(ทเคอ) | เป็น / อยู่ / คือ |
| 2 | avoir | อา-วัว(ค) | มี |
| 3 | faire | แฟ(ค) | ทำ / สร้าง |
| 4 | dire | ดี(ค) | พูด / บอก |
| 5 | pouvoir | ปู-วัว(ค) | สามารถ |
| 6 | aller | อา-เล | ไป |
| 7 | voir | วัว(ค) | เห็น / ดู |
| 8 | savoir | ซา-วัว(ค) | รู้ / รู้ว่า / รู้วิธี |
| 9 | vouloir | วู-ลัว(ค) | ต้องการ / อยาก |
| 10 | venir | เวอ-นี(ค) | มา |
| 11 | falloir | ฟา-ลัว(ค) | จำเป็นต้อง |
| 12 | devoir | เดอ-วัว(ค) | ต้อง / จำเป็นต้อง / เป็นหนี้ |
| 13 | croire | กคัว(ค) | เชื่อ / คิดว่า |
| 14 | trouver | ทคู-เว | พบ / หาเจอ / คิดว่า |
| 15 | donner | โด-เน | ให้ |
| 16 | prendre | พค็อง(ดเคอะ) | เอา / หยิบ / รับ / ใช้ |
| 17 | parler | ปาค-เล | พูด / พูดคุย |
| 18 | aimer | เอ-เม | ชอบ / รัก |
| 19 | passer | ปา-เซ | ผ่าน / ใช้เวลา / ไปแวะ |
| 20 | mettre | แม็ต(ทเคอะ) | ใส่ / วาง / ใช้เวลา |
| 21 | demander | เดอ-ม็อง-เด | ถาม / ขอ |
| 22 | tenir | เตอ-นี(ค) | ถือ / รักษา / จัด |
| 23 | sembler | ซ็อง-เบล | ดูเหมือน |
| 24 | laisser | เล-เซ | ปล่อย / ทิ้ง / อนุญาตให้ |
| 25 | rester | เคส-เต | อยู่ต่อ / เหลือ / คงอยู่ |
| 26 | penser | ป็อง-เซ | คิด |
| 27 | entendre | อ็อง-ต็อง(ดเคอะ) | ได้ยิน |
| 28 | regarder | เคอ-กาค-เด | มอง / ดู |
| 29 | répondre | เค-ปง(ดเคอะ) | ตอบ |
| 30 | rendre | ค็อง(ดเคอะ) | คืน / ทำให้กลายเป็น |
| 31 | connaître | กอ-แน็ต(ทเคอะ) | รู้จัก / คุ้นเคย |
| 32 | paraître | ปา-แค็ต(ทเคอะ) | ดูเหมือน / ปรากฏ |
| 33 | arriver | อะ-คี-เว | มาถึง / เกิดขึ้น |
| 34 | sentir | ซ็อง-ตี(ค) | รู้สึก / ได้กลิ่น |
| 35 | attendre | อะ-ต็อง(ดเคอะ) | รอ |
| 36 | vivre | วีฟ(ค) | มีชีวิต / อาศัยอยู่ |
| 37 | chercher | แชค-เช | หา / ค้นหา |
| 38 | sortir | ซอค-ตี(ค) | ออก / ออกไป |
| 39 | comprendre | กง-พค็อง(ดเคอะ) | เข้าใจ |
| 40 | porter | ปอค-เต | ถือ / แบก / สวมใส่ |
| 41 | entrer | อ็อง-ทเค | เข้า |
| 42 | devenir | เดอ-เวอ-นี(ค) | กลายเป็น |
| 43 | revenir | เคอ-เวอ-นี(ค) | กลับมา |
| 44 | écrire | เอ-กคี(ค) | เขียน |
| 45 | appeler | อะ-เปอ-เล | เรียก / โทรหา |
| 46 | tomber | ตง-เบ | ตก / ล้ม |
| 47 | reprendre | เคอ-พค็อง(ดเคอะ) | เอากลับ / เริ่มต่อ / ทำต่อ |
| 48 | commencer | กอ-ม็อง-เซ | เริ่ม |
| 49 | suivre | ซุยฟ(ค) | ตาม / ติดตาม / เรียน |
| 50 | montrer | มง-ทเค | แสดง / เอาให้ดู |
ฝึกออกเสียง 50 คำกริยาฝรั่งเศสกับวิดีโอ
หลังจากดูรายการคำกริยาและคำอ่านแล้ว ลองฟังเสียงจริงและพูดตามในวิดีโอนี้ เพื่อช่วยเชื่อมรูปคำกริยากับเสียงภาษาฝรั่งเศสและจำได้ง่ายขึ้น
10 คำที่ควรเรียนให้คล่องก่อน
การเห็น 50 คำพร้อมกันอาจเยอะเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น ถ้าเพิ่งเริ่มเรียน ให้ฝึก 10 คำแรกจนสามารถผันในปัจจุบันและแต่งประโยคสั้น ๆ ได้ก่อน
Je suis fatigué. = ฉันเหนื่อย
J'ai une question. = ฉันมีคำถาม
Je fais du sport. = ฉันเล่นกีฬา
Il dit la vérité. = เขาพูดความจริง
Je peux venir. = ฉันมาได้
Je vais à Paris. = ฉันไปปารีส
Je vois le problème. = ฉันเห็นปัญหา
Je sais écrire. = ฉันเขียนเป็น
Je veux apprendre. = ฉันอยากเรียน
Je viens de Bangkok. = ฉันมาจากกรุงเทพฯ
8 คำกริยาที่ไม่ควรจำด้วยคำแปลเดียว
| กริยา | คำอ่าน | ความหมายที่พบบ่อย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| faire | แฟ(ค) | ทำ, สร้าง, เล่นกิจกรรม, อากาศเป็น... | faire du sport, faire un choix, il fait chaud |
| prendre | พค็อง(ดเคอะ) | เอา, รับ, กิน/ดื่ม, ใช้พาหนะ, ใช้เวลา | prendre un café, prendre le train |
| passer | ปา-เซ | ผ่าน, ใช้เวลา, แวะ, สอบ | passer une heure, passer un examen |
| mettre | แม็ต(ทเคอะ) | วาง, ใส่, สวม, ใช้เวลา | mettre une veste, mettre dix minutes |
| tenir | เตอ-นี(ค) | ถือ, รักษา, จัด, ยึดถือ | tenir un livre, tenir une réunion |
| rendre | ค็อง(ดเคอะ) | คืน, ทำให้... | rendre un livre, rendre quelqu'un heureux |
| porter | ปอค-เต | ถือ/แบก, สวม | porter un sac, porter une veste |
| suivre | ซุยฟ(ค) | ตาม, ติดตาม, เรียนหลักสูตร | suivre une personne, suivre un cours |
10 ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำกริยาเหล่านี้ในการเขียน
คำกริยา “เวลาเขียน” กับ “เวลาพูด” ต่างกันมากไหม?
คำพื้นฐานจำนวนมากเหมือนกัน เช่น être, avoir, faire, dire, aller, voir, savoir, pouvoir แต่ลำดับความถี่เปลี่ยนได้ตามบริบท ตัวอย่างเช่น รายการภาษาพูดของ Monsieur SAND มีคำอย่าง manger, travailler, acheter, écouter, rentrer, marcher, payer อยู่ใน 50 อันดับ ขณะที่รายการงานเขียนมี sembler, paraître, sentir, vivre, porter, devenir, écrire เป็นต้น
แนะนำ: หลังจากบทนี้ ลองเทียบกับ 50 คำกริยาฝรั่งเศสที่ใช้บ่อยเวลาพูด เพื่อเห็นว่าคำไหนควรให้ความสำคัญในการสนทนา
จำ 50 คำนี้อย่างไรให้ใช้ได้จริง?
- เริ่มจาก 10 คำแรก อย่าท่อง 50 คำพร้อมกัน
- จำพร้อมโครงสร้าง เช่น pouvoir + infinitif, vouloir + infinitif, demander quelque chose
- ฝึก présent ก่อน เพราะเป็นฐานของการแต่งประโยคทั่วไป
- แต่งประโยคเกี่ยวกับตัวเอง หนึ่งประโยคต่อหนึ่งกริยา
- เรียนความหมายที่สองเมื่อเจอจริง โดยเฉพาะ faire, prendre, passer, mettre และ rendre
เว็บไซต์ฟรีสำหรับดูการผันคำกริยาฝรั่งเศส
- Le Conjugueur : ค้นหาการผันคำกริยาตามกาลและบุคคล
- Le Monde Conjugaison : ตรวจสอบรูปผันคำกริยา
แบบฝึกหัดสั้น ๆ
1. กริยาไหนหมายถึง “สามารถ”?
pouvoir
2. savoir กับ connaître ต่างกันอย่างไร?
savoir ใช้กับข้อเท็จจริง สิ่งที่รู้ หรือ savoir + infinitif เช่น Je sais nager. ส่วน connaître ใช้กับคน สถานที่ หรือสิ่งที่คุ้นเคย เช่น Je connais Paris.
3. “ฉันต้องไป” ใช้ devoir อย่างไร?
Je dois partir.
4. prendre มีความหมายแค่ “หยิบ” หรือไม่?
ไม่ เช่น prendre le train = ขึ้น/ใช้รถไฟ และ prendre un café = ดื่มกาแฟ
อยากผันกริยาและนำไปแต่งประโยคได้จริง?
ถ้าต้องการเรียนไวยากรณ์ การผันคำกริยา การออกเสียง และการสร้างประโยคภาษาฝรั่งเศสอย่างเป็นระบบ สามารถดูคอร์สเรียนภาษาฝรั่งเศสออนไลน์กับ Monsieur SAND ได้ที่นี่
ดูคอร์สเรียนภาษาฝรั่งเศสออนไลน์คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำกริยาภาษาฝรั่งเศส
คำกริยาฝรั่งเศสที่ควรเรียนก่อนมีอะไรบ้าง?
สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจาก être, avoir, faire, dire, pouvoir, aller, voir, savoir, vouloir และ venir เพราะเป็นกริยาพื้นฐานที่ใช้สร้างประโยคได้จำนวนมาก
คำกริยาฝรั่งเศสต้องผันทุกครั้งไหม?
เมื่อกริยาเป็นกริยาหลักของประโยค จะต้องผันตามประธานและกาล แต่กริยาที่ตามหลังกริยาบางตัว เช่น Je veux partir จะอยู่ในรูป infinitif คือ partir
savoir กับ connaître ต่างกันอย่างไร?
savoir ใช้กับสิ่งที่รู้ ข้อเท็จจริง หรือความสามารถ เช่น Je sais écrire. ส่วน connaître ใช้กับคน สถานที่ หรือสิ่งที่รู้จัก เช่น Je connais cette ville.
falloir ใช้อย่างไร?
falloir เป็นกริยาที่ใช้บ่อยในรูป il faut เช่น Il faut attendre. = ต้องรอ / จำเป็นต้องรอ
รายการ 50 คำนี้เหมือนกับคำกริยาที่ใช้บ่อยเวลาพูดหรือไม่?
ไม่ทั้งหมด คำพื้นฐานจำนวนมากซ้ำกัน แต่ลำดับและบางคำต่างกันตามบริบท จึงควรเรียนทั้งรายการงานเขียนและรายการภาษาพูดควบคู่กัน
เรียนต่อจากบทนี้
- 50 คำกริยาฝรั่งเศสที่ใช้บ่อยที่สุดเวลาพูด
- 13 วิธีแต่งประโยคการเดินทาง พร้อมวิธีผันกริยา Faire
- คำศัพท์ท่องเที่ยวภาษาฝรั่งเศส
- คอร์สเรียนภาษาฝรั่งเศสออนไลน์
รายการ 50 คำในบทความเดิมสอดคล้องกับรายการคำกริยาความถี่สูงที่เผยแพร่ในแหล่งการเรียนภาษาฝรั่งเศสหลายแห่ง การจัดอันดับอาจแตกต่างได้ตาม corpus และประเภทข้อความ จึงควรใช้เป็นแนวทางในการจัดลำดับการเรียน





